BREAKING NEWS
latest

728x90

ad

468x60

Slider

latest

Slider Right

randomposts6

ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท

โรงแรม/block-3

แนะนําอาหารอร่อย

อาหาร/block-9

แนะนำของฝากสกลนคร

ของฝาก/block-8

เที่ยวสกลนคร

ท่องเที่ยว/block-1

เที่ยวสกลนคร (คลิป)

คลิป/block-2

เที่ยวสกลนคร | Travel

เที่ยวสกล/block-1

ถ่ายทอดสด | วันนี้

ถ่ายทอดสด/block-7
สกลนคร

Latest Articles

วันเสาร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2562

ขอเชิญเที่ยวงานสกลนคร แห่ปราสาทผึ้ง แข่งขันเรือยาว ในเทศกาลออกพรรษา

ขอเชิญร่วมงาน ประเพณี แห่ปราสาทผึ้ง แข่งขันเรือยาว ในเทศกาลออกพรรษาสกลนคร บริเวณสนามมิ่งเมือง. จังหวัดสกลนคร 

วันที่ 5 - 13 ตุลาคม 2562




วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ฟาร์มฮัก!! ท่องเที่ยว สัมผัสบรรยากาศสไตล์คาวบอยคันทรี

ฟาร์มฮัก Farm Hug  ตั้งอยู่ที่ บ้านโพนยางคำ ตำบลโนนหอม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร บริเวณถนนสกลนคร-นาแก  เป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยว  ร้านอาหาร ร้านกาแฟ  ฟาร์มแกะ  รวมกันอยู่ในแห่งเดียวกัน  ภายในฟาร์มมีร้านโคขุนคุณทองขายเต๊กเนื้อโคขุนโพนยางคำ รวมถึงอาหารประเภทต่างๆ เป็น จุดแวะพักแวะเที่ยว ที่จะได้สัมผัสบรรยากาศสไตล์คาวบอยคันทรี  ร่มรื่นด้วยการจัดตกแต่งสวนสวย  แถมมีมุมถ่ายภาพชิคๆ หลากหลายมุม










ด้านหน้าเป็นที่ตั้งของ ร้านโคขุนคุณทอง  ร้านอาหาร ออกแบบให้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ บรรยากาศโปร่งสบาย เหมาะสำหรับมานั่งชิวทานอาหาร  ร้านแบ่งออกเป็น 2 ชั้น  มีที่นั่งให้เลือกทั้งชั้นบนและชั้นล่าง  ส่วนเมนูอาหารร้านโคขุนคุณทอง มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งอาหารอีสาน และสเต็กเนื้อ ซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อของสกลนคร  สำหรับคนไม่ทานเนื้อ ทางร้านก็มีเมนู อื่น เช่น หมู ปลา ไก่ รสชาติดี  รวมถึงมีเมนูอาหารอื่นๆให้เลือกอีกมากมาย โดยเน้นไปทางเมนูอาหารอีสานเป็นส่วนใหญ่   ใกล้กับร้านอาหารคือ ร้านกาแฟมีเครื่องดื่มหลากหลายประเภท ให้นั่งชิวเพลินไปกับบรรยากาศของฟาร์มฮัก ร้านอาหารชั้น 2 เห็นวิวทั้งหมดของฟาร์ม 

ส่วนฟาร์มแกะจะตั้งอยู่ข้างใน มีการจัดแต่งพื้นที่สไตล์คาวบอย มีรั้วขาวล้มรอบ รวมถึงพรอพตกแต่งต่างๆ ที่น่ารัก เก๋ไก๋ หลายจุดเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพชิคๆ  สำหรับใครที่ต้องการเข้าชมภายในฟาร์มสัมผัสน้องแกแบบใกล้ชิด โดยเสียค่าเข้าคนละ 20  บาท รวมถึงมีบริการให้อาหารแกะด้วย แกะที่ฟาร์มฮัก อ้วนท้วม ขนสีขาวนุ่มสะอาดน่าสัมผัส  น่ารัก น่าเอ็นดู และคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยวพอสมควร


การติดต่อ แผ่นที่และการเดินทาง






การเดินทาง

ตั้งอยู่ ริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 223 สกลนคร-นาแก
เปิดทุกวัน จันทร์ - ศุกร์ เวลา 11.00 – 22.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ เวลา 10.00 – 22.00 น.
โทรศัพท์ : 088 572 6288



ที่มา : www.paiduaykan.com/travel/ฟาร์มฮัก

วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562

พิพิธภัณฑ์อาจารย์มั่น ภูริทัตโต สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ประยุกต์

พิพิธภัณฑ์อาจารย์มั่น ภูริทัตโต ตั้งอยู่ในวัดป่าสุทธาวาส  อ.เมือง สกลนคร ตรงข้ามศูนย์ราชการจังหวัด พิพิธภัณฑ์มีลักษณะการ ก่อสร้างแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ประยุกต์ สร้างด้วยกระเบื้องดินเผา ภายในพิพิธภัณฑ์มีรูปหล่อเหมือนองค์ของพระอาจารย์มั่น ในท่านั่งสมาธิ  และมีตู้กระจกบรรจุอัฐิของท่านที่แปรสภาพเป็นแก้วผลึกใสสีขาว ยกฐานสูงพื้นปูด้วยหินอ่อน พร้อมทั้งตู้แสดงเครื่องอัฐ บริขาร รวมทั้งประวัติความเป็นมาของท่านตั้งแต่เกิดจนมรณภาพ พระอาจารย์มั่น กำเนิดในสกุลแก่นแก้ว ที่ตำบลโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ 15 ปี และอุปสมบทเมื่ออายุ 22 ปี ที่วัดเลียบ จังหวัดอุบลราชธานี ท่านเป็นพระที่ยึด มั่นในปฏิมาธุดงด์กรรมฐานเป็นวัตร มีพระในสายเดียวกับท่านอีกหลายองค์ที่ได้เข้ามาปฏิบัติ และฝึกวิปัสสนากรรมฐานตามแนวของ ท่าน เช่น หลวงปู่ฝั้น อาจาโร หลวงปู่ขาว อาลนาโย หลวงปู่แหวน  สุจินต์โน เป็นต้น ต่อมาท่านได้ย้ายจากการธุดงค์กรรมฐานเข้ามา จำพรรษาที่วัดป่าสุทธาวาส และมรณภาพเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2492






ภายในบริเวณวัดร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ มีพระอุโบสถที่สวยงาม เด่นเป็นสง่า ซึ่งพระอุโบสถหลังนี้เคยเป็นกุฏิที่พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ ได้มรณภาพ และยังเป็นที่ใช้ในการประชุมเพลิงพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ ภายในพระอุโบสถมีพระพุทธรูปประจำวัด อาคารหลังนี้ใช้เป็นสถานที่ในการประกอบพิธีทางศาสนาต่างๆ ซึ่งสถานที่แห่งนี้มีความสำคัญและสวยงามมากๆ

นอกจากนั้นยังมี  พิพิธภัณฑ์หลวงปู่หลุย จันทสาโร ตั้งอยู่ในวัดป่าสุทธาวาส สร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐิธาตุหลวงปู่หลุย (2444-2532) ซึ่งเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่สายวิปัสสนา ศิษย์ของพระอาจารย์มั่น หลวงปู่หลุยเป็นผู้ที่มีปฏิปทาชอบจาริกไปในที่ต่าง ๆ จนถึงวาระ สุดท้ายแห่งชีวิตท่าน เมื่อท่านมรณภาพและพระราชทานเพลิงศพแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชกระแสว่า “ควรสร้างเจดีย์ที่วัดป่าสุทธาวาส อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ที่วัดนี้มีอัฐิธาตุของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ ท่านจะได้อยู่ใกล้กัน” พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ร่างแบบเจดีย์องค์นี้ด้วยพระองค์เอง


การติดต่อ แผนที่และการเดินทาง





การเดินทาง
ไปตามถนนสุขเกษมจนถึงศูนย์ราชการจังหวัดมีทางแยกซ้ายไปอีกประมาณ 250 เมตร



ที่มา : www.paiduaykan.com/province/Northeast/sakonnakhon/munmuseum.html

วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2562

ร้อนๆแบบนี้!!! ต้องไปล่องแก่งลำน้ำพุง บ้านกกโด่ ต.กกปลาซิว

สกลนครบ้านเฮา ก็มีล่องแก่งน๊าาาาา

ร้อนๆแบบนี้!!! ต้องไปล่องแก่งลำน้ำพุง

พิกัด : บ้านกกโด่ ตำบลกกปลาซิว อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร


ขอบคุณรูปภาพ : Ying Yungying











ที่มา : Ying Yungying

วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2562

หมู่บ้านท่าแร่ ชุมชนที่เก่าแก่มีอายุกว่า 100 ปี

หมู่บ้านท่าแร่  ตั้งอยู่ริมหนองหาร บนทางหลวงหมายเลข 22 (สกลนคร-นครนม) ต.ท่าแร่ อ.เมือง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 21 กม. หมู่บ้านท่าแร่ เป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่าเป็นหมู่บ้านที่มีประชากรนับถือศาสนาคริสต์มากที่สุดในประเทศไทย เป็นชุมชนที่เก่าแก่มีอายุกว่า 100 ปี ชาวบ้านแทบทุกหลังคาเรือนนับถือศาสนาคริสต์  ในอดีตประมาณปี พ.ศ.2427 ประชากรชาวท่าแร่เป็นคริตชน อพยพมา จากประเทศเวียดนามประมาณ 40 คน อาศัยอยู่ในตัวเมืองสกลนคร และมีบาทหลวงเกโก(มิชชั่นนารีชาวฝรั่งเศส) เป็นผู้ดูแล ความเป็นอยู่ แต่เนื่องจากจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น ประกอบกับมีปัญหากับเจ้าหน้าที่ของรัฐบางคน จึงได้ย้ายมา ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่ บ้านท่าแร่ ซึ่งเต็มไปด้วยป่าไม้มีหินลูกรังทั่วไป และคนพื้นเมืองเรียก "หินแฮ่"  





สำหรับกิจกรรมท่องเที่ยวภายในหมู่บ้านท่าแร่นั้น นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้พบกับความสวยงามของบ้านโบราณอายุมากกว่า 100 ปี โดยอาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นแบบตึกปูนทรงยุโรปในรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศสผสมเวียดนาม อาคารแต่ละหลัง ถูกสร้างขึ้นด้วยการใช้ภูมิปัญญาช่างและประสบการณ์การก่อสร้างบ้านแบบก่ออิฐฉาบปูนไม่มีช่างใด ทำได้และไม่ค่อยพบเห็นที่ไหน อีกด้วย ปัจจุบันเทศบาลตำบลท่าแร่ได้ใช้ตึกเหล่านี้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางด้านสถาปัตยกรรมของบ้านท่าแร่




โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส ทุกๆวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี ชุมชนแห่งนี้จะจัดเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส โดยจัด "ขบวนแห่ดาวคริสต์มาส"  ในทุกปีจะมีรถดาวเข้าร่วมขบวนประมาณ 200 คัน ชาวบ้านจะตกแต่งโคมไฟรูปดาวไว้ที่หน้าบ้าน จากนั้นเป็นการเฉลิมฉลองในหมู่ชาวคริสต์ มีการร้องเพลงประสานเสียง การประกวดร้องเพลงคริสต์มาส มีการจำหน่ายสินค้าและมี มหรสพทั้งคืน  โดยเชื่อว่า "ดาว" เป็นสัญลักษณ์ของการเสด็จลงมาประสูติบนโลกมนุษย์ของพระเยซู  ถนนในชุมชนกลายถนน สายวัฒนธรรม คล้ายถนนคนเดิน ร้านค้าขายของเล็กๆ น้อยๆ ของกิน ของใช้ เด็กในหมู่บ้านมาร้องเพลง ผู้คนก็เดินเที่ยวชมไปมา ในวันนี้เจะรับรู้ได้ถึงความรื่นรมย์และความสุขต่างๆ เริ่มจากบ้านเรือนที่มีการตกแต่งไฟอย่างสวยงาม เป็นรูปดาว รูปต้นคริสต์มาส ใครเดินผ่านไปมาจะเห็นแต่รอยยิ้มและคำเชิญชวน ความสุขอวลอยู่แทบทุกอณูในความเป็นบ้านท่าแร่วันนั้น

นอกจากนี้ที่บ้านท่าแร่ ยังเป็นที่ตั้งของ "โบสถ์อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล" ซึ่งเป็นโบสถ์ขนาดใหญ่รูปทรงคล้ายเรือ เพื่อระลึกถึง การอพยพมาตั้งถิ่นฐานของคริสตชนในหมู่บ้านนี้อีกด้วย



การติดต่อ แผนที่และการเดินทาง






การเดินทาง
ทางหลวงแผ่นดินสาย 22 อุดรธานี-นครพนม  หลักกิโลเมตรที่ 169-170  ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมืองสกลนคร ห่างจากตัวเมืองโดยทาง รถยนต์ประมาณ 21 กิโลเมตร  เมื่อมาถึงท่าแร่ให้สังเกต โบสถ์อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอลไว้ หมู่บ้านจะตั้งอยู่ด้านหลังโบสถ์ สามารถจอดรถที่โบสถ์แล้วเดินไปชมตึกโบราณได้ เพราะตั้งอยู่ใกล้กันนิดเดียว



ที่มา : www.paiduaykan.com/province/Northeast/sakonnakhon/tharae.html

วันศุกร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2562

ทะเลสาบหนองหาน หรือ หนองหานหลวง ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่

ทะเลสาบหนองหาน หรือ หนองหานหลวงเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ เป็นรองจากบึงบอระเพ็ด  ตั้งอยู่บริเวณอำเภอเมืองสกลนคร อำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร มีเนื้อที่กว่า 77,000 ไร่ ความลึกเฉลี่ยประมาณ 2.0-10.0 เมตร เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด นกน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำที่สำคัญของประเทศไทย สันนิษฐานว่า หนองหาน เกิดจากการยุบตัวของแผ่นเปลือกโลกอันเนื่องมาจากการถูกชะล้างของชั้นหินเกลือใต้ดินจนเกิดโพรงขนาดใหญ่ และเกิด การพังทลายยุบตัวลงเป็นหนองน้ำในเวลาต่อมา ตามคติความเชื่อของชาวสกลนคร หนองหาน เป็นผลจากการกระทำของพญานาค  สืบเนื่องมาจากการกระทำอันผิดทำนองคลองธรรมของชาย-หญิง ในตำนานผาแดง นางไอ่ ทะเลสาบหนองหาน ประกอบด้วย เกาะน้อยใหญ่ มากกว่า 30 เกาะ เกาะที่ขนาดใหญ่ที่สุดคือ เกาะดอนสวรรค์ โดยมีพุทธสถานโบราณ ภายในเกาะ สำหรับผู้ที่ต้องการ เที่ยวเยียมชม รวมทั้งทัศนียภาพ น้ำใส สาหร่ายสีทอง นกน้ำ ปลา นานาพันธุ์ และวิถีชีวิตของชาวประมงหนองหาน มีศาลาชมวิวและ สะพานปูทอดยาวสำหรับชมทัศนียภาพรอบหนองหาน ใน โดยเฉพาะในยามเย็นที่นี่ถือได้ว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีก แห่งหนึ่ง








ทะเลสาบหนองหาน ประกอบ เกาะน้อยใหญ่ มากกว่า 30 เกาะ เกาะที่ขนาดใหญ่ที่สุดคือ เกาะดอนสวรรค์ โดยมีพุทธสถานโบราณ ภายในเกาะ สำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวเยียมชม รวมทั้งทัศนียภาพ น้ำใส สาหร่ายสีทอง นกน้ำ ปลา นานาพันธุ์ และวิถีชีวิตของชาว ประมงหนองหาน  มีศาลาชมวิวและสะพานปูทอดยาวสำหรับชมทัศนียภาพรอบหนองหาน โดยเฉพาะในยามเย็นที่นี่ถือได้ว่าเป็น จุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง


การติดต่อ แผนที่และการเดินทาง





การเดินทาง

ทะเลสาบหนองหาน  อยู่ห่างจากตัวเมืองสกลนครประมาณ 20 กิโลเมตร การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 22สกลนคร-นครพนม ทะเลสาบหนองหาน ตั้งอยู่ตรงข้ามกับอุทยานบัวเฉลิม



ที่มา : www.paiduaykan.com/province/Northeast/sakonnakhon/nonghan.html

พิพิธภัณฑ์อาจารย์ฝั้น อาจาโร ตั้งอยู่ที่วัดป่าอุดมสมพร ตำบลพรรณานิคม

พิพิธภัณฑ์อาจารย์ฝั้น อาจาโร ตั้งอยู่ที่วัดป่าอุดมสมพร ตำบลพรรณานิคม อำเภอพรรณนานิคม วัดป่าอุดมพรเป็นวัดที่พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร เกจิอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐานเคยจำพรรษาอยู่ ลักษณะพื้นที่ของวัดป่าอุดมสมพร เป็นสวนป่าขนาดใหญ่ เจดีย์พิพิธภัณฑ์ แห่งนี้ก่อสร้างขึ้นในปี 2523 โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  เสด็จมาวางศิลาฤกษ์ แล้วเสร็จในปี 2525 




โดยอาคารพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ภายในสวน ลักษณะตัวพิพิธภัณฑ์ มีความงดงามของตัวอาคารที่เป็นเอกลักษณ์เป็นรูปเจดีย์ฐานกลมกลีบ บัวสามชั้น   ภายในมีรูปปั้นพระอาจารย์ฝั้นมีขนาดเท่ารูปจริง ในท่านั่งห้อยเท้า และถือไม้เท้าไว้ในมือ มีตู้กระจกบรรจุอัฐิ และแสดง เครื่องอัฐบริขารที่ท่านใช้เมื่อยามมีชีวิต รวมทั้งประวัติความเป็นมาตั้งแต่เกิดจนมรณภาพ พระอาจารย์ฝั้น  อาจาโร พระเกจิชื่อดัง แห่งภาคอีสาน กำเนิดในสกุลสุวรรณรงค์ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2442 ที่ตำบลบ้านม่วงไข่ อำเภอพรรณานิคม และได้บรรพชา เป็นสามเณรเมื่ออายุ 19 ปี ณ วัดโพนทอง จนอายุครบ 20 ปี จึงอุปสมบทในพุทธศาสนาฝ่ายมหานิกาย ต่อมาได้ถวายตัวเป็นลูกศิษย์ ติดตามพระอาจารย์มั่น  ภูริทัตโต

พิพิธภัณฑ์อาจารย์ฝั้น อาจาโร 

ความเป็นมาเจดีย์พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร

ในคืนวันที่ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๐ พระอาจารย์ฝั้น ได้มรณภาพที่วัดป่าอุดมสมพร รวมอายุได้ ๗๘ ปี และหลังจากพระราชทาน เพลิงศพท่านเมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๑ ที่วัดป่าอุดมสมพร ตำบลพรรณา อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร เป็นที่เรียบร้อย แล้วคณะศิษย์ทั้งฝ่ายบรรพชิตและฆราวาสได้มีการประชุมปรึกษาจะสร้างสิ่งก่อสร้างเป็นเครื่องระลึกถึงพระอาจารย์ฝั้น ผู้เป็นพระ ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ โดยสร้างเจดีย์พิพิธภัณฑ์ตรงบริเวณที่พระราชทานเพลิงศพของท่าน  ความเป็นมาในการสร้าง เจดีย์พิพิธภัณฑ์ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโรได้มีพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายหลัง จากการสรงน้ำศพ พระอาจารย์ฝั้น  อาจาโรว่า ในฐานะที่เราเป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์ ขอให้ทุกคนได้สามัคคีกัน อย่าให้เกิดความ แตกแยกและขอให้ ยึดมั่นในคำสอนของท่านไว้ให้มั่นคง ขอให้เก็บอัฐิของท่านพระอาจารย์ไว้แห่งเดียวกัน เครื่องอัฐบริขารของท่าน อาจารย์ ถ้าสามารถ เก็บรวมรักษาไว้เป็นที่เดียวกันก็จะดี











การติดต่อ แผนที่และการเดินทาง





การเดินทาง

ใช้ทางหลวงหมายเลข 22 (สกลนคร-อุดรธานี) เดินทางไปอำเภอพรรณานิคม ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองสกลนครประมาณ 37 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาผ่านที่ทาการอำเภอพรรณานิคมไปประมาณ 2 กิโลเมตร จะพบทางเข้าวัดป่าอุดมสมพร  พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์ฝั้น ตั้งอยู่ด้านหน้าก่อนถึงทางเข้าวัด




ที่มา : www.paiduaykan.com/province/Northeast/sakonnakhon/fanmuseum.html

วัดถ้ำผาแด่น ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน บ้านดงน้อย สกลนคร

วัดถ้ำผาแด่น  ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน บ้านดงน้อย ตำบลดงมะไฟ อ.เมือง จ.สกลนคร อยู่ห่างจากตัวจังหวัด 17 กม.  เป็นอีกหนึ่งใน สถานที่ที่ห้ามพลาดของสกลนคร ที่งดงามด้วยงานแกะสลักบนหน้าผาหินที่มีเอกลักษณ์วิจิตรศิลป์ สวยสดงดงามถ่ายทอดเรื่องราว พุทธประวัติ  เป็นวัดเก่าแก่อีกวัดหนึ่งในจังหวัดสกลนคร มีความเป็นมานับร้อยปี โดยมีชื่อตามทะเบียนสำนักพระพุทธศาสนา แห่งชาติ เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2483 สภาพธรรมชาติร่มรื่นมีต้นไม้ และโขดหินขนาดใหญ่ เหมาะแก่การบำเพ็ญภาวนา ซึ่งในอดีตได้มี พระเกจิอาจารย์ สายวิปัสสนาหลายองค์มาจำพรรษาปฏิบัติธรรม อาทิ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต มาจำพรรษาด้วย และเมื่อช่วงปี 2550 พระอาจารย์ปกรณ์ กนฺตวีโร เจ้าอาวาสคนปัจจุบัน ได้เข้ามาพัฒนาวัดให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และพัฒนาเป็น สถานที่ท่องเที่ยว เชิงธรรมะ เพื่อดึงประชาชน และกลุ่มวัยรุ่นให้เข้าวัดมากขึ้น  วัดตั้งอยู่บนภูเขาสูง ท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่น โดยมีการจัดพื้นที่ ให้สามารถชมทิวทัศน์และถ่ายรูป บริเวณศาลาผาแดงมองเห็นตัวเมืองสกลนครและทะเลสาบหนองหารได้แบบ 180 องศา




ภายในวัดเต็มไปด้วยงานประติมากรรมแกะสลักหินทรายประติมากรรมหินทรายขนาดใหญ่ถูกแกะสลักเป็นเรื่องราวต่างๆ  เช่น ภาพแกะสลักหินทรายพระพุทธสีหไสยาสน์ ขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 19 เมตร เป็นที่กราบไหว้สักการะบูชาของผู้มาเยือน ประดิษฐาน ท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่น เป็นจุดเด่น ของวัดถ้ำผาแด่น


ภาพแกะสลักเป็นเรื่องราวพุทธประวัติ ตั้งแต่ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ด้านหลังเป็นภาพพระอริยสงฆ์รูปต่างๆ ของประเทศไทย ส่วนด้านข้าง คือ พญาครุฑเวสสุวรรณ สื่อถึงความอยากได้อำนาจ เงินตราของมนุษย์อย่างไม่สิ้นสุด ด้านบนเป็นที่ตั้งของหินสีทอง ที่สามาถมองเห็นมาแต่ไกล เปรียบเสมือนเขาพระสุเมรุ ตามคติในศาสนาพราหมณ์และพระพุทธศาสนา คือภูเขาที่เป็นหลักของโลก ตั้งอยู่จุดศูนย์กลางของโลกหรือจักรวาล พร้อมแกะสลักหิน สื่อถึงรูปต่างๆ เป็นที่อยู่ของสิ่งมีวิญญาณในภพและภูมิต่างๆ นับแต่สัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน ไปถึงมนุษย์นาค ครุฑ ยักษ์มาร และเทวดา โดยมีปลาอานนท์หนุนอยู่ รอบๆ เขาพระสุเมรุ 











ภาพแกะสลักรอยพระพุทธบาท 4 รอยจำลอง สื่อให้พุทธศาสนิกชนตระหนักในคำสอนของพระพุทธเจ้า และหินก้อนที่อยู่ด้านล่างสุด เป็นภาพแกะสลักหิน 4 มหาเทพ หรือเรียกว่าหินเทพ  สื่อถึงการมีอำนาจอิทธิฤทธิ์ แต่ยังไม่หลุดพ้นวัฏสงสาร

บริเวณรอบวัดยังมีการแกะสลักหินรูปปั้นหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ แกะจากหินขนาดใหญ่ทั้งก้อนมีช้างหมอบด้านข้างและมีงูใหญ่คอย ปกป้อง เป็นองค์ประธานให้ประชาชนได้กราบไหว้ ภาพแกะสลักพระพุทธรูปประจำวันเกิด ปางต่างๆ นอกจากนี้ยังมีศาลายาใจ คนบุญ ที่นำเอาต้นไม้ขนาดใหญ่หายากอายุหลายร้อยปี มาทำเป็นเสาศาลาเป็นการอนุรักษ์ให้อนุชนรุ่นหลังได้ดูอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีศาลายาใจคนบุญ ที่นำเอาต้นไม้ขนาดใหญ่หายากอายุหลายร้อยปี มาทำเป็นเสาศาลาเป็นการอนุรักษ์ให้อนุชน รุ่นหลังได้ดูอีกด้วย


การติดต่อ แผ่นที่และการเดินทาง






การเดินทางไปวัดถ้ำผาแด่น

เริ่มจากตัวจังหวัดสกลนครใช้เส้นทางสกลนคร – กาฬสินธุ์ ผ่านสี่แยกบายพาส ถึงไทวัสดุ ให้ชะลอรถ จะมี 3 แยกที่บ้านศรีวิชา มีป้าย บอกไปวัดถ้ำผาแด่น และ ไปอำเภอเต่างอย เลี้ยวซ้ายตรงไปอีก 10 กม.ถึงบ้านดงน้อย มีป้ายบอกว่าไปถ้ำผาแด่น เลี้ยวขวาเข้าไปตาม ทางเข้าหมู่บ้านไปอีก 3 กม . เป็นขึ้นภูเขา ถนนสะดวกสบาย เป็นทางลาดยางจนถึงวัด



ที่มา : www.paiduaykan.com/province/Northeast/sakonnakhon/wattumphadan.html

พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร

พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์  จังหวัดสกลนคร เป็นพระตำหนักที่สร้างขึ้นในบริเวณเทือกเขาภูพาน ใน พ.ศ. ๒๕๑๘ โดยพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นผู้ทรงเลือกพื้นที่สร้างพระตำหนักด้วยพระองค์เอง ทรงใช้แผนที่ทางอากาศและการเสด็จสำรวจเส้นทางบริเวณ ป่าเขา น้ำตก เป็นปัจจัยในการกำหนดเขตพื้นที่ก่อสร้างพระตำหนักและบริเวณพระตำหนักซึ่งประกอบด้วยเขตพระราชฐานชั้นในและ เขตพระราชฐานชั้นนอก พื้นที่บริเวณพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ เมื่อแรกตั้งพระตำหนักมี ๙๔๐ ไร่ ในเวลาต่อมาได้ขยายเขตพื้นที่ เพื่อ จัดทำโครงการฟื้นฟูสภาพป่าคืนชีวิตสู่ธรรมชาติอีกประมาณ ๑,๐๑๐ ไร่ รวมเป็นพื้นที่ ๑,๙๕๐ ไร่ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ เป็นแหล่งที่สะดวกต่อการเดินทางไปท่องเที่ยว ทั้งนี้เพราะอยู่ไม่ห่างจากตัวเมืองสกลนครอยู่ริมถนนหลวงสายสกลนคร - กาฬสินธุ์ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวทั้งรถยนต์ส่วนตัวและการนำพาหนะเข้าชม สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ที่กองรักษาการ เพื่อเข้าชมพระตำหนักชั้นนอกได้โดยสะดวก หากต้องการชมพระตำหนักชั้นในต้องติดต่อทางราชการเพื่อขออนุญาตจากผู้ดูแล พระตำหนักเป็นการล่วงหน้า ทั้งนี้ ในระหว่างที่ไม่มีพระองค์ใดประทับอยู่ ทางสำนักเลขาธิการพระราชวังจะอนุญาติให้ประชาชน ทั่วไปเข้าชมได้ทุกวัน พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ เรียกว่าเป็นสวรรค์ของคนรัก ต้นไม้ได้เลยทีเดียว เนื่องจากภายในเต็มไปด้วย ไม้นานาพรรณโดยเฉพาะไม้ดอกไม้ประดับ ทั้งนี้ พันธุ์ไม้ที่เป็นที่ชื่นชมของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ได้แก่ พันธุ์ไม้ดอกจากป่าภูพาน อาทิ ดุสิตา มณีเทวา และทิพย์เกสร ซึ่งจะมีให้ชมเฉพาะช่วงหน้าหนาว




อาคารต่างๆ ภายในเขตพระราชฐานที่เรียกรวมๆ ว่า “หมู่พระตำหนัก” มีสไตล์การตกแต่งที่เรียบหรู ดูคลาสสิก ส่วนใหญ่เป็น สถาปัตยกรรมสมัยใหม่

หมู่พระตำหนัก

๑. หมู่พระตำหนัก หมู่พระตำหนักประกอบด้วย อาคารหลังพระตำหนักปีกไม้ เป็นพระตำหนักหลังแรก สร้างใน พ.ศ. ๒๕๑๘ เป็นรูปแบบล็อกเดขิน ใช้เป็นเรือนรับรองหลังแรก ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๑๙ ทรงมีพระบรมราชโองการให้สร้าง พระตำหนักใหญ่เป็น ตึกสองชั้น รูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ บริเวณเนินหน้าผาห่างจากพระตำหนักปีกไม้ ประมาณ ๕๐๐ เมตร และยังได้ก่อสร้าง พระตำหนักที่มีรูปแบบใกล้เคียงกัน และต่อมาได้มีการสร้างพระตำหนักหลังหนึ่งในบริเวณใกล้เคียงกัน รวมเป็นพระตำหนัก ๔ หลัง

ห่างจากพระตำหนักใหญ่ประมาณ ๑,๕๐๐ เมตร ได้สร้างบ้านพัก พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ แม่ทัพภาคที่ ๒ (ยศและตำแหน่งขณะนั้น) นอกจากอาคารพระตำหนักและบ้านพักพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ดังกล่าวแล้ว ยังมีอาคารบ้านพักข้าราชการฝ่ายในอีก ๖๘ หลัง อยู่รายรอบมีการปลูกไม้ดอกไม้ประดับอย่างสวยงาม ตามลักษณะภูมิทัศน์ช่วยส่งเสริมให้พระตำหนักมีความสดชื่น งดงาม ดูเด่น เป็นสง่าน่าประทับใจ ๒.งานภูมิทัศน์ งานภูมิทัศน์ถือว่าเป็นส่วนที่ดึงดูดให้ประชาชนเข้าชมด้วยความประทับใจ การจัดภูมิทัศน์อาศัย สภาพพื้นที่เป็นพื้นฐานในการจัดคือ ลักษณะพื้นที่เป็นเชิงเนินชายเทือกเขาภูพานตอนกลาง และอาศัยสภาพผิวหน้าดินเป็นหลักในการ ปลูกไม้ดอกไม้ประดับคือ เป็นภูเขาหินทรายปกคลุมด้วยผังดินทรายสลายบนดินลูกรัง โดยหลักการดังกล่าว 

สวนในพระตำหนักภูพานอาจจัดสวนได้ ๕ รูปแบบคือ

๑. สวนรวมพันธุ์ไม้ (Mixed garden)
๒. สวนแบบประดิษฐ์ (Formal Style)
๓. สวนแบบธรรมชาติ (Informal Style)
๔. สวนหินประดับประดา (Rock garden)
๕. สวนประดับหิน (Stone garden)

จุดเด่นในบริเวณนี้อยู่ที่ไม้พันธุ์ต่าง ๆ จะมีดอกออกดอกตลอดปี และในที่นี้มีต้นพลองออกดอกสีม่วง เป็นต้นไม้ป่าซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงโปรดมาก ที่เรือนคำหอมบริเวณนี้ประดับด้วยพันธุ์ไม้ดอกจากป่าภูพาน เช่น ดุสิตา มณีเทวา สวิสจันทร์ ทิพย์เกสร ดอกสร้อยสุวรรณ รวมทั้งดอกเทียนป่า การปลูกประดับจะปลูกได้ในปลายฤดูฝนถึงฤดูหนาว ดอกไม้เหล่านี้เป็นที่ชื่นชม ของประชาชนผู้เข้าชมเป็นอย่างมาก และยังมีโรงช้างต้นอยู่ภายในบริเวณพระตำหนักด้วย 

การติดต่อ แผนที่และการเดินทาง



สอบถามผู้ดูแลพระตำหนัก ฯ โทร 042 711550

การเดินทางมายังพระตำหนัก

เส้นทางเข้าสู่พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ตั้งอยู่ริมทางหลวงสายสกลนคร-กาฬสินธุ์ หมายเลข ๒๑๓ บริเวณกิโลเมตรที่ ๑๔ ห่างจากตัวเมืองสกลนครประมาณ ๑๖ กิโลเมตร


ที่มา : www.paiduaykan.com/province/Northeast/sakonnakhon/phuphanpalace.html

อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2553

อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่ตรงข้ามกับบึงหนองหาน อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ตั้งอยู่ใกล้ๆกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2553 เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมบัวพันธุ์ต่างๆ และรองรับการประชุม วิชาการบัวนานาชาติปี พ.ศ.2553 ที่จัดขึ้นที่วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ศึกษาค้นคว้า ของนิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป รวมทั้งยังเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดสกลนคร  ความโดดเด่นของอุทยานบัวคือ มีบึงบัวขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าทางเข้า มีสะพานไม้สีแดงทอดยาวเชื่อมต่อกันสำหรับเดินชม ดอกบัวรอบสระ มีศาลาชมวิวกลางบึงบัวสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ นั่งชมบัวรับลมเย็น นับเป็นอุทยานบัวที่ใหญที่สุดของประเทศ





ปัจจุบันอุทยานบัวแบ่งออกเป็น 3  ส่วนดังนี้

1. ส่วนรวบรวมพันธุ์บัว เป็นการรวบรวมพันธุ์บัวทั้งในและต่างประเทศทั้งหมด 34 สายพันธุ์ เช่น บัวกระด้ง บัวสาย บัวผัน-เผื่อน และบัวฝรั่ง รวบรวมไว้ในรูปแบบสระบัวบนพื้นที่ 10 ไร่  โดยมีทางเดินเชื่อมต่อกันที่สามารถเดินลงไปชมบัวได้อย่างใกล้ชิด

2. ส่วนแสดงพันธุ์บัว โดยนำบัวพันธุ์จำนวน 74 สายพันธุ์มาจัดโชว์บนกระถาง เพื่อให้ผู้สนใจได้ใกล้ชิดกับบัว มากขึ้น

3. ส่วนนิทรรศการ ได้จัดแสดงไว้ในชั้นล่างของอาคารวิจัยและพัฒนา ซึ่งเป็นนิทรรศการความรู้ และความเป็นมาของบัว พันธุ์ต่าง ๆ เหมาะแก่การศึกษาค้นคว้าได้เป็นอย่าง 

ภายในห้องนิทรรศการประกอบด้วยข้อมูลเกี่ยวกับบัวต่างๆ ดังนี้

1. การจำแนกพันธุ์บัว
2. ประวัติบัวในไทย 
3. การปลูกบัว 
4. การดูแลรักษา 
5. โรคและศัตรูที่สำคัญ 
6. การปรับปรุงพันธุ์ 
7. การทำนาบัว 
8. ประโยชน์จากบัว







การติดต่อ แผนที่และการเดินทาง




อุทยานหนองหานเฉลิมพระเกียรติ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกรียติ จังหวัดสกลนคร 
59 หมู่ 1 ต.เชียงเครือ อ.เมือง จ.สกลนคร รหัสไปรษณีย์ 47000 
โทรศัพท์ : 0-4272-5000
โทรสาร : 0-4272-5013

วันเวลาเปิดทำการ
จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 8.30 – 18.00 น.


การเดินทาง

อุทยานอยู่ห่างจากตัวเมืองสกลนครประมาณ 20 กิโลเมตร การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 22สกลนคร-นครพนม เลยทางแยกเข้ามหาวิทยาลัยประมาณ 2 กม. ไปทางท่าแร่ หรือนครพนม

รถโดยสาร  รถโดยสารสายกรุงเทพฯ-นครพนม สามารถลงรถด้านหน้าอุทยานได้
รถโดยสารสายกรุงเทพฯ-สกลนคร สามารถลงรถที่ บ.ข.ส แล้วต่อรถสองแถวสายสกลนคร-ท่าแร่ มาที่อุทยาน



ที่มา : www.paiduaykan.com/province/Northeast/sakonnakhon/lotusmuseum.html